วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สรุปรายวิชาใน TCU ที่เกี่ยวข้องกับสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ



 Thai Cyber U  มหาวิทยาลัยออนไลน์


ปัจจุบัน มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาต่างๆ หลายแห่งในประเทศไทย ได้เริ่มให้มีการใช้บทเรียน online เป็นส่วนเสริมในการเรียนการสอน แต่ยังไม่มีหลักสูตร online ที่ผู้เรียนสามารถเรียน online จนจบได้รับปริญญาบัตร ในการพัฒนาบทเรียน online นั้น มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง จะใช้ทรัพยากรของตนเอง แต่เนื่องจากการเรียนบทเรียน online นั้น จะเรียนที่ใดก็ได้ และหลักสูตรของมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ที่เหมือนกัน ก็มีมาตรฐานเดียวกัน หากมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ได้มีการพัฒนาบทเรียน online ร่วมกัน และแต่ละแห่งสามารถนำบทเรียน online ไปใช้ได้ (Shared e-Courseware) ก็จะเป็นการประหยัดทรัพยากร ประหยัดค่าใช้จ่ายของแต่ละแห่ง นอกจากนี้ ยังช่วยให้มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ที่ขาดแคลนอาจารย์ในบางสาขาวิชา สามารถมีบทเรียน online ที่ได้มาตรฐานในสาขาวิชานั้นได้
โดยที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหน้าที่ต้องดูแลสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ และมีนโยบายจะส่งเสริม การอุดมศึกษาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงได้จัดตั้งโครงการ Thailand Cyber University (TCU) ขึ้น เพื่อให้บริการ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e–Learning) แก่ประชาชน ทุกระดับ ทุกอาชีพ ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter-University Network : UniNet) เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น และเพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้
ประโยชน์ของ TCU ต่อการศึกษาไทย
           TCU จะเป็นสรรพวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์รวมของสรรพวิทยาการ) ศูนย์กลางการศึกษาผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมการศึกษาในทุกระบบ ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education) การศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non Formal Education) และการศึกษาตามอัธยาศัย (In-Formal Education) ที่ประชาชนทุกคน สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ มีระบบการเทียบโอนความรู้จากการศึกษาในแต่ละระบบ เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการศึกษาจากระบบหนึ่ง สามารถจะเทียบโอนความรู้ เข้าสู่การศึกษาในอีกระบบหนึ่งได้ ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ซึ่งจะเป็นการบูรณาการ การศึกษาทุกระบบเข้าด้วยกัน เกิดเป็นระบบการศึกษาที่รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน มีความยืดหยุ่น ต่อเนื่อง และเสริมกัน มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับตามหลักมาตรฐาน

รายวิชาใน TCU ที่เกี่ยวข้องกับสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ
      1. 2543008 :: ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น  
       2. 2543010 :: โครงสร้างข้อมูลสำหรับการโปรแกรม  
       3. 2543011 :: ระบบงานฐานข้อมูล  
       4. 2543012 :: เทคโนโลยีสารสนเทศ  
       5. CU-2301272-1 :: โครงสร้างข้อมูล และ ขั้นตอนวิธีหลักมูล  
       6. CU-2110333-1 :: Event-Driven Programming  
       7. CU-2110442-1 :: การวิเคราะห์และโปรแกรมเชิงวัตถุ  
       8. UTCC-SC922 :: สถิติธุรกิจ  
       9. KU-Auto11 :: ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)  
      10. WASEDA-001 :: Open Sourse Software  
      11. CU-2110401-1 :: จริยธรรมวิชาชีพวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  
      12. CU-ComOrg :: Computer Organization   
      13. CU-2301361-1 :: การวิเคราะห์และออกแบบระบบ  
      14. CU-ComPro :: การโปรแกรมคอมพิวเตอร์  
      15. CU-2603284-1 :: สถิติสำหรับวิทยาศาสตร์กายภาพ  
      16. CU-2301271-1 :: เทคนิคการทำโปรแกรม  
      17. CU-2110423-1 :: วิศวกรรมซอฟต์แวร์   
      18. CU-2301261-1 :: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข้อสนเทศ  
      19. CU-2110210-1 :: ระเบียบวิธีการทำโปรเเกรม  
      20. CU-2110422-1 :: การออกแบบระบบการจัดการฐานข้อมูล
      21. UTCC-SG002 :: คณิตศาสตร์และสถิติในชีวิตประจำวัน  
      22. CU-2301372-1 :: การออกแบบ และ วิเคราะห์ขั้นตอนวิธี  
      23. CU-2140101-1 :: Computer Programming for International Engineers, Open Courseware Edition  
      24. CU-2301107-1 :: Calculus 1  
      25. CU-2301478-1 :: การจัดการโครงการซอฟต์แวร์  
      26. CU-2110200-1 :: โครงสร้างดิสครีต  
      27. CU-2110271-1 :: เครื่องมือการทำโปรเเกรม  
      28. NU-001121-1 :: สารสนเทศศาสตร์เพื่อการค้นคว้า  
      29. CU-SPQA :: กระบวนการซอฟต์แวร์และการประกันคุณภาพ  
      30. CU-2110443-1 :: ปฏิสัมพันธ์มนุษย์กับคอมพิวเตอร์  
      31. CU-2110496-1 :: หัวข้อชั้นสูงทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 2  
      32. CU-GameProg :: การเขียนโปรแกรมเกม  
      33. CU-SoftwareReq :: วิศวกรรมความต้องการซอฟต์แวร์  
      34. CU-SWPM :: การจัดการโครงงานซอฟต์แวร์  
      35. UTCC-SC921 :: คณิตศาสตร์ธุรกิจ  
      36. CU-Java101 :: การเขียนโปรแกรมภาษาจาวา  
      37. CU-2110172-1 :: เทคโนโลยีสารสนเทศ  
      38. CU-2301369-1 :: การสื่อสารข้อมูล  
      39. NU-001141-1 :: คอมพิวเตอร์สารสนเทศขั้นพื้นฐาน  
      40. CU-2110334-1 :: การทำโปรแกรมข่ายงาน
      41. CU-2110497-1 :: ปัญหาพิเศษทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 1  
      42. CU-Algorithms :: การออกแบบอัลกอริทึม

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เปรียบเทียบ Web 2.0 ที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบ E-commerce



ถ้าหากให้จัด 5 อันดับ Web 2.0 เว็บที่ขอแนะนำในการใช้ในการทำ E-commerce ก็คงจะเป็น Snappages เป็นเว็บ 2.0 อันดับแรก เพราะการเขียนหน้าเว็บทำได้ง่าย และในส่วนของด้านธุรกิจยังสามารถใช้เครื่องมือ SEO ได้อีกด้วย

อันดับที่ 1 ได้แก่  Snappages




คุณสมบัติของ Snappages ที่เหมาะสมกับการทำ E-commerce มีดังนี้คือ
           1.  สามารถกำหนดชื่อโดเมนเองได้
           2. HTML / Javascript สามารถเพิ่ม แก้ไขได้
           3. Analytics ติดตามผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณโดยการบูรณาการ Analytics ™ Google ในเว็บไซต์ของคุณ
           4. การตั้งค่า SEO เพิ่มแท็ก meta ในเว็บไซต์ของคุณให้ง่ายต่อการค้นหามากขึ้น

อันดับที่ 2 ได้แก่ Webs



คุณสมบัติของ Webs ที่เหมาะสมกับการทำ E-commerce มีดังนี้คือ
1. จะช่วยให้คุณ Search Engine Optimization (SEO) โดยเครื่องมือค้นหา เช่น Google, Yahoo! หรือ Bing เพิ่มแท็กของเว็บไซต์และคำหลักที่อธิบายวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ของคุณเพื่อปรับปรุงการแสดงผลของเว็บไซต์ของคุณแท็กช่วยให้ผู้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณเจอง่ายมากขึ้น
2. มีเครื่องมือที่เรียกว่า SiteBuilder ทำให้ง่ายมากขึ้นโดยการที่จะเพิ่มไอคอนไปยังเว็บไซต์ของคุณที่ชี้ไปยัง Facebook, Twitter, LinkedIn, YouTube และเว็บไซต์อื่น ๆ อีกมากมาย คุณยังสามารถรวม Facebook เหมือนกล่องความคิดเห็น Facebook
3. บริการแบบ E-commerce โดยตรง ร้านค้าในเว็บไซต์คุณได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายสามารถอัปโหลดหลายผลิตภัณฑ์และภาพกำหนดราคาของคุณและเรียกเก็บเงินผ่าน PayPal TMและ / หรือ Google Checkout ® เพิ่มแก้ไขเรียงลำดับและลบสินค้าได้ด้วยคลิกเดียว มันง่ายที่จะเริ่มต้นทำเงินกับเว็บไซต์ของคุณ


อันดับที่ 3 ได้แก่ jimdo



คุณสมบัติของ jimdo ที่เหมาะสมกับการทำ E-commerce มีดังนี้คือ
1. เว็บไซต์และร้านค้า เพื่อรายการง่ายๆ วิธีการชำระเงินสะดวกสบาย และสร้างเว็บเรื่มขายได้ทันที
                2. เครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ
                3. ง่ายต่อการเพิ่มแท็ก meta เว็บไซต์คุณค้นหาๆได้ง่ายขึ้น
4. ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง SEO ก็สามารถใช้งานได้
5. ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยน JimdoFree การตั้งค่า SEO ทั่วโลก แต่ไม่ได้ทำให้หน้าโดยหน้าการเปลี่ยนแปลง  JimdoPro และผู้ใช้มีโอกาส JimdoBusiness มากยิ่งขึ้นเพื่อ SEO

อันดับที่ 4 ได้แก่ Ucoz


คุณสมบัติของ Ucoz ที่เหมาะสมกับการทำ E-com มีดังนี้คือ
                Ucoz  มีโมดูลโดยเฉพาะที่เป็นการทำตลาดออนไลน์โดยตรง คือ E-shop แต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยเครื่องมือตัวนี้มีการแจ้งผล สถืตืการขาย สถิติเคาน์เตอร์ การสั่งเข้าชม พิ้นที่มากกว่า 1500 MB การโฆษณาฟรี โดยไม่มีการแสดงโลโก้ Ucoz และอีกอย่างคือจดโดนเมนได้ฟรี 

อันดับสุดท้าย อันดับที่ 5 ที่แนะนำให้ลองใช้งาน ได้แก่ 350.com





คุณสมบัติของ 350.com ที่เหมาะสมกับการทำ E-commerce มีดังนี้
1. 350pages ทำให้ได้รับความสะดวกสบาย สำหรับคุณที่จะขายสินค้าและบริการของคุณจากเว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถอัปโหลดภาพหลายสร้างแกลเลอรี่ของผลิตภัณฑ์กำหนดราคาของคุณตั้งค่าค่าจัดส่งของคุณและเรียกเก็บเงินผ่านทาง PayPal หรือ Google Checkout หรือระบบการชำระเงินอื่น  สามารถเพิ่ม Amazon Carousel หรือ Gadget e-shop อื่น  จะได้รับค่านายหน้าพันธมิตรสำหรับรายการที่คุณขายจากร้านค้าของพวกเขา
2. 350pages ได้บูรณาการกับ Facebook, Twitter และ bit.ly จึงจะโพสต์ข่าวที่มีการปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณ นำเข้าวิดีโอของคุณเองหรือเชื่อมโยงไปยังวิดีโอบน YouTube หรือทุกที่บนเว็บ
3. การวิเคราะห์เว็บไซต์ต่อไปและการค้นหาบริการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์รวมทั้งการตรวจสอบเว็บไซต์และรายงานการทำ SEO ที่มีอยู่และจะรวมอยู่ในรุ่นพรีเมี่ยมและแพลทินัม
               4. คุณสามารถซื้อชื่อโดเมนของคุณเองจากภายใน 350pages หรือคุณสามารถใช้โดเมนที่คุณเองแล้ว ชื่อโดเมนของคุณจะได้รับการติดอยู่กับเว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถใช้เป็นชื่อโดเมนได้มากเท่าที่คุณต้องการในแต่ละแนบไปยังเว็บไซต์ที่แตกต่างกันหรือมีชื่อโดเมนหลายเว็บไซต์เดียวกัน